ภาพที่พนักงานบริษัทขอใบกำกับภาษีจากการเติมน้ำมัน สื่อถึงการนำค่าน้ำมันมาหักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท

Fuel Expenses & Tax Deduction 2026

ในยุคที่ราคาน้ำมันพุ่งทะยานไม่เกรงใจใคร "ค่าน้ำมัน" กลายเป็นต้นทุนก้อนโตที่สูบกำไรของธุรกิจไปอย่างเงียบๆ ครับ คำถามยอดฮิตที่เจ้าของกิจการสงสัยมากที่สุดคือ "เราสามารถเอาบิลค่าน้ำมันมาหักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้ไหม?" และที่สำคัญ "ถ้าใช้รถส่วนตัวขับไปหาลูกค้า จะเบิกค่าน้ำมันยังไงให้สรรพากรยอมรับ?" วันนี้เรามากางเงื่อนไขกฎหมายแบบเข้าใจง่าย เพื่อเปลี่ยนทุกหยดน้ำมันให้เป็นเกราะป้องกันภาษีกันครับ!

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า กรมสรรพากรอนุญาตให้นำค่าน้ำมันมาเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ "หากเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการจริง" แต่ความเข้มงวดของเอกสารจะต่างกันไป ตามประเภทของรถที่ใช้งานครับ แบ่งออกเป็น 2 กรณีหลักๆ ดังนี้:

🚗 1. กรณี "รถของบริษัท" (จดทะเบียนในนามนิติบุคคล)

กรณีนี้ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุดครับ หากรถยนต์คันนั้นเป็นชื่อของบริษัทอยู่แล้ว คุณสามารถนำค่าน้ำมันมาเป็นค่าใช้จ่ายได้ 100% แต่มี กฎเหล็กเรื่องใบกำกับภาษี ดังนี้ครับ:

  • ต้องขอ "ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป" จากปั๊มน้ำมันทุกครั้ง
  • ในใบกำกับภาษีต้องระบุ ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทให้ถูกต้อง
  • จุดตายที่ห้ามพลาด: ต้องระบุ "ทะเบียนรถยนต์" คันที่เติมลงไปในใบกำกับภาษีด้วย! (หากปั๊มพิมพ์ให้ไม่ได้ พนักงานปั๊มต้องเขียนด้วยลายมือและเซ็นกำกับ)

🚙 2. กรณี "รถส่วนตัว" แต่เอามาวิ่งงานให้บริษัท

หลายบริษัท โดยเฉพาะ SME มักให้พนักงานหรือกรรมการใช้รถส่วนตัวไปติดต่องาน กรณีนี้ "สามารถเบิกเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้" ครับ แต่ต้องมีเอกสารประกอบที่แน่นหนาเพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้เบิกไปเที่ยวส่วนตัว:

  • สัญญาอนุญาตให้ใช้รถ: ต้องมีหนังสือยินยอมหรือสัญญาที่ระบุชัดเจนว่า อนุญาตให้นำรถยนต์ทะเบียนนี้มาใช้ในกิจการของบริษัท
  • รายงานการเดินทาง (Mileage Log): เป็นเอกสารสำคัญที่สุด! ต้องจดบันทึกว่า วันที่เท่าไหร่ ใครเป็นคนขับ เดินทางจากไหนไปไหน และไปพบลูกค้าชื่ออะไร (ระบุเลขไมล์เริ่มต้นและสิ้นสุดด้วยจะดีมาก)
  • ใบเสร็จค่าน้ำมันควรระบุทะเบียนรถคันดังกล่าวให้ตรงกับรายงานการเดินทางครับ

⚠️ ข้อควรระวังเรื่อง "ภาษีซื้อ" (VAT) ของค่าน้ำมัน

แม้ค่าน้ำมันจะลงเป็นค่าใช้จ่ายได้ แต่ "ภาษีซื้อ (VAT 7%)" ที่เกิดจากค่าน้ำมัน ไม่ได้แปลว่าจะขอคืนได้เสมอไปนะครับ กฎหมายกำหนดไว้ว่า:

  • รถยนต์นั่ง (ไม่เกิน 10 ที่นั่ง) / รถเก๋ง: ภาษีซื้อที่เกิดจากค่าน้ำมันรถประเภทนี้ ถือเป็น "ภาษีซื้อต้องห้าม" ไม่สามารถนำไปหักออกจากภาษีขายได้ครับ (แต่สามารถนำยอดรวม VAT ไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้)
  • รถกระบะขนส่ง / รถบรรทุก / รถจักรยานยนต์: ภาษีซื้อค่าน้ำมันของรถกลุ่มนี้ สามารถนำไปขอคืนภาษีหรือหักออกจากภาษีขายได้ตามปกติครับ

ค่าน้ำมันเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ หากทำเอกสารพลาด อาจถูกสรรพากรบวกกลับเป็นรายได้และโดนเบี้ยปรับได้ครับ หากคุณกำลังมองหา ผู้ทำบัญชีที่เชี่ยวชาญการจัดการค่าใช้จ่าย โซนห้วยขวาง หรือต้องการให้เราเข้าไปช่วยวางระบบเอกสารการเบิกจ่ายในพื้นที่ โซนทุ่งครุ-ประชาอุทิศ ทีมงาน ARH Young พร้อมดูแลระบบบัญชีของคุณให้รัดกุม เซฟภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยครับ!

*อย่าลืมกำชับพนักงานให้ตรวจสอบทะเบียนรถบนใบกำกับภาษีทุกครั้งที่เติมน้ำมัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ใบกำกับภาษีค่าน้ำมัน ปั๊มไม่ได้พิมพ์เลขทะเบียนมาให้ ทำอย่างไร?

A: หากระบบของปั๊มไม่สามารถพิมพ์เลขทะเบียนรถได้ ให้พนักงานของปั๊มเขียนเลขทะเบียนรถด้วยลายมือลงบนใบกำกับภาษี แล้วเซ็นชื่อกำกับการแก้ไขให้เรียบร้อยครับ

Q: จ่ายค่าน้ำมันแบบเหมาจ่ายให้พนักงานเดือนละ 5,000 บาท บริษัทหักค่าใช้จ่ายได้ไหม?

A: บริษัทหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ครับ แต่! เงินจำนวนนี้จะถือเป็น "รายได้ของพนักงาน" ซึ่งพนักงานจะต้องนำเงินก้อนนี้ไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนสิ้นปีด้วยครับ (เว้นแต่จะเบิกตามบิลจริงและมีรายงานการเดินทาง)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *