Legal Insights: Abandoned Assets
จากดราม่าสนามสอบเข้า ม.4 โรงเรียนดังเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2569 ที่เด็กๆ ต้องจำใจ "ทิ้งเงิน" ลงถังขยะหน้าห้องสอบ นำมาสู่คำถามระดับประเทศว่า ในทางกฎหมายและการบัญชีภาครัฐ เงินก้อนนี้จะตกเป็นของใคร? และรัฐได้เงินจาก "ความพลั้งเผลอ" ของประชาชนปีละเท่าไหร่?
กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักครับ สำหรับกฎเหล็กของสนามสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาประจำปี 2569 ที่ห้ามผู้เข้าสอบนำธนบัตรหรือเงินสดเข้าห้องสอบเด็ดขาด จนปรากฏภาพเงินสดจำนวนมากถูกทิ้งเกลื่อนพื้นและในถังขยะ
ในมุมมองของคนทั่วไป นี่คือเรื่องน่าเห็นใจ แต่ในมุมมองของ นักกฎหมายและนักบัญชี ภาพนี้คือ Case Study ชั้นดีที่สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างของ "กฎหมายแพ่งและพาณิชย์" ว่าด้วยเรื่อง ทรัพย์สินไม่มีเจ้าของ และ ของตกหาย ครับ
1. ทิ้งเงินลงถังขยะ = "สละกรรมสิทธิ์" หรือไม่?
ประเด็นแรกที่ต้องตีความคือ "เจตนาของเด็ก" ครับ กฎหมายไทยแบ่งออกเป็น 2 กรณีที่ให้ผลลัพธ์ต่างกันสุดขั้ว:
- กรณีที่ 1: ถือเป็น "ทรัพย์สินที่ถูกทอดทิ้ง" (ป.พ.พ. มาตรา 1318)
หากมองว่าการทิ้งลงถังขยะคือการ "สละกรรมสิทธิ์" (ไม่เอาแล้ว) กฎหมายระบุว่า "บุคคลใดเข้าถือเอาทรัพย์อันไม่มีเจ้าของ... บุคคลนั้นย่อมได้กรรมสิทธิ์" หมายความว่า แม่บ้าน เจ้าหน้าที่ หรือใครก็ตามที่เดินไปหยิบเงินในถังขยะ จะกลายเป็นเจ้าของเงินนั้นทันทีอย่างถูกกฎหมาย! (Res nullius) - กรณีที่ 2: ถือเป็น "ของตกหาย / ลืมไว้" (ป.พ.พ. มาตรา 1323)
แต่ในความเป็นจริง เด็กไม่ได้อยากทิ้ง แต่ถูกบังคับด้วยสถานการณ์ หากมีคนเก็บไปแล้วไม่นำส่งคืนเจ้าของหรือตำรวจ จะมีความผิดฐาน "ยักยอกทรัพย์สินหาย" ทันทีครับ และผู้เก็บได้ต้องนำส่งตำรวจภายใน 3 วัน
2. ถ้าส่งตำรวจแล้วไม่มีคนมารับ เงินจะตกเป็นของใคร?
ความพีคของกฎหมายไทยอยู่ที่ ป.พ.พ. มาตรา 1325 ครับ กฎหมายระบุว่า หากของตกหายถูกนำส่งตำรวจแล้ว และไม่มีเจ้าของมาติดต่อขอรับภายใน 1 ปี ให้กรรมสิทธิ์ตกเป็นของ "ผู้เก็บได้" (ไม่ใช่ของรัฐนะครับ!)
แต่เดี๋ยวก่อน! กฎหมายมีข้อยกเว้นว่า... หากทรัพย์สินนั้นเก็บได้ใน "สถานที่ราชการ" หรือยวดยานสาธารณะ และไม่มีใครมาติดต่อรับภายใน 1 ปี ทรัพย์สินนั้นจะ "ตกเป็นของแผ่นดิน" ทันทีครับ! (ซึ่งกรณีสนามสอบที่จัดโดยโรงเรียนรัฐ แม้จะเช่าสถานที่เอกชน ก็อาจเข้าข่ายการปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการได้ครับ)
3. รัฐได้ "เงินฟรี" จากทรัพย์สินไม่มีเจ้าของ ปีละเท่าไหร่?
เมื่อเงินหรือทรัพย์สิน "ตกเป็นของแผ่นดิน" เงินก้อนนั้นจะถูกนำส่งเข้า กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ในหมวดหมู่ "รายได้เบ็ดเตล็ด / รายได้อื่นของรัฐ" ซึ่งนอกจากของตกหายแล้ว ยังรวมถึง:
- เงินของกลางในคดีอาญาที่ศาลสั่งริบ
- ทรัพย์สินจากคดีฟอกเงินหรือร่ำรวยผิดปกติ
- (ในอนาคต) บัญชีเงินฝากธนาคารที่ไม่เคลื่อนไหวเกิน 10 ปี (Dormant Accounts) ที่กระทรวงการคลังกำลังผลักดันกฎหมายดึงเงินเข้าคลัง
รู้หรือไม่ครับว่า ในแต่ละปีงบประมาณ รัฐบาลมีรายได้จากหมวด "ค่าปรับและรายได้เบ็ดเตล็ด" เหล่านี้สูงถึง หลักหมื่นล้านบาทต่อปี (อ้างอิงจากเอกสารงบประมาณรายรับประจำปี) ซึ่งถือเป็นกระแสเงินสดก้อนใหญ่ที่นำมาพัฒนาประเทศต่อไปได้ครับ
ในโลกของธุรกิจก็เช่นกันครับ หากบริษัทของคุณมี "เงินปันผลค้างจ่าย" หรือ "เจ้าหนี้ที่ตามตัวไม่พบ" ในทางบัญชี เมื่อหมดอายุความ เงินเหล่านั้นจะต้องถูกปัดกลับมาเป็น "รายได้อื่น" ของบริษัท ซึ่งมีภาระภาษีนิติบุคคลที่ต้องจัดการครับ หากคุณกำลังเผชิญปัญหาทางบัญชีที่ซับซ้อน หรือมองหา ที่ปรึกษาบัญชีและภาษีโซนห้วยขวาง รวมถึงพื้นที่ โซนทุ่งครุ-ประชาอุทิศ ทีมงาน ARH Young พร้อมเข้าไปวางระบบบัญชีและเคลียร์ตัวเลขให้ถูกต้องตามกฎหมาย 100% ครับ
ดราม่า! สอบเข้าเตรียมอุดมฯ เด็กทิ้งเงินไว้นอกห้องสอบ
*อ้างอิงข้อมูลจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และรายงานของกรมบัญชีกลาง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
A: ไม่ครับ ในทางกฎหมายและการทำบัญชี หากหนี้สินนั้นขาดอายุความและเจ้าหนี้ไม่มาทวงถาม บริษัทสามารถรับรู้หนี้ก้อนนั้นกลับมาเป็น "รายได้อื่น" ของบริษัทเองได้ แต่จะต้องนำรายได้ส่วนนี้ไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีด้วยครับ
A: ได้ครับ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1324 ผู้เก็บได้มีสิทธิเรียกร้องเงินรางวัล 10% สำหรับมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่เกิน 30,000 บาทแรก และเพิ่มอีก 5% สำหรับส่วนที่เกิน 30,000 บาทครับ
